Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

   
   
   
   

ประโยชน์ที่ได้รับจาก “ของเล่นไม้”
     การนำของเล่นไม้มาฝึกพัฒนาการของเด็กนั้น มีประโยชน์มาก ถ้าเรานำของเล่นไม้ให้เด็กน้อยเริ่มเล่นตั้งแต่เด็กๆ ของเล่นไม้จะช่วยฝึกพัฒนาการให้เด็กในหลายๆ ด้าน เช่น

     1. ของเล่นไม้ สามารถสร้างอิทธิพลเชิงบวกให้กับเด็ก
     ในแง่การเข้าถึงอารมณ์และจิตใจ การสัมผัสที่นุ่มนวลอ่อนโยนมีผลทำให้เด็กรู้สึกสงบนิ่ง จากสภาวะดังกล่าวจะช่วยทำให้เด็กเกิดสมาธิ และส่งผลทำให้เด็กเข้าถึงการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น

     2. การสัมผัสนั้นจะช่วยกระตุ้นพัฒนาการของเด็ก
     การเปิดโอกาสให้เด็กได้สัมผัสพื้นผิวที่หลากหลาย แตกต่างกัน เช่น พื้นผิวที่ขรุขระ ตะปุ่มตะป่ำ นุ่ม เรียบเนียน ละเอียด เป็นต้นนั้น จะทำให้เด็กรู้จักความแตกต่างของสัมผัสที่มีอยู่บนโลกใบนี้ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเด็กในเรื่องของการตื่นตัว และเด็กสามารถแยกแยะความแตกต่างของสิงของที่ได้สัมผัส ช่วยเพิ่มทักษะเรื่องความปลอดภัย และการระวังตัวให้กับเด็กได้

     3. เสริมสร้างจินตนาการของเด็ก ไร้กรอบการเรียนรู้ และไม่ยึดติดกับความคิดเดิมๆ
     ของเล่นแต่ละชนิด แต่ละชิ้น แต่ละแบบในท้องตลาดทั่วไป เช่น รถ ตุ๊กตา เป็นต้น ที่เป็นรูปแบบสำเร็จรูป และมีรูปทรงที่ตายตัว อาจจะช่วยกระตุ้นพัฒนาการของเด็กได้ก็จริง แต่ของเล่นรูปแบบดังกล่าว เป็นรูปแบบการเล่นที่ตายตัวเกินไป จนเป็นตัวกำหนดจำกัดกรอบความคิดของเด็กๆ ไว้ และอาจส่งผลต่อการพัฒนาความคิดและจินตนากรของเด็กๆได้
      แต่ของเล่นไม้ ที่อาจจะดูเป็นของเล่นธรรมดาในสายตาของผู้ใหญ่ ด้วยรูปแบบของเล่นที่ดูเรียบง่ายเป็นรูปทรงเรขาคณิต จากของเล่นที่ธรรมดานี้เอง สามารถส่งเสริมจินตนาการของเด็กๆ อย่างไร้ขีดจำกัดได้ เด็กๆ สามารถสร้างสรรค์จินตนาการจากของเล่นจากรูปร่าง และรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปได้ สามารถนำมาต่อเป็นรูปแบบแตกต่างกันตามแต่จินตานาการของเด็กแต่ละคน เช่น ต่อเป็นหุ่นยนต์ ต่อเป็นรถ สร้างเป็นบ้าน เป็นต้น ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับจากการเล่นรูปแบบนี้สามารถช่วยส่งเสริมให้เด็กๆ พัฒนาการด้านจินตนาการอย่างไร้ขอบเขต ไร้กรอบการเรียนรู้ และไม่ยึดติดกับรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งจนเกินไป

     4. น้ำหนักจากของเล่นไม้ ช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้
     การเล่นช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อน้อยใหญ่ให้กับเด็กๆ ได้ดี ยกตัวอย่างเช่น ดีต่อกล้ามเนื้อมัดเล็ก จำพวกนิ้วมือ เป็นต้น เพราะของเล่นไม้ส่วนใหญ่จะมีน้ำหนักพอประมาณไม่เบาหรือหนักจนเกินไป ดังนั้นการเล่นที่ต้องสัมผัสและยกของเล่นอยู่ตลอดเวลาในการเล่นนั้น จะช่วยให้เด็กๆได้ออกแรง เป็นการฝึกให้เด็กๆ รู้จักสังเกตและสัมผัสถึงปริมาตรน้ำหนัก ซึ่งจากการสังเกตดังกล่าวจะช่วยให้เด็กๆได้เรียนรู้ถึงเรื่องของน้ำหนักสิ่งของ ว่าสิ่งของต่างๆนั้น มีทั้งหนัก และเบา แตกต่างกันไป


     ท้ายที่สุด ไม่ว่าของเล่นจะมีรูปแบบ กลไก หรือมีความวิจิตรพิสดารแตกต่างกันเพียงใด หากเด็กๆ ได้เล่นอย่างมีความสุข และสามารถสร้างความตื่นเต้นกระตุ้นให้เด็กๆ อยากที่จะเรียนรู้ ของเล่นชิ้นนั้นก็ขึ้นชื่อว่ามีประโยชน์กับเด็กๆ ได้ทั้งนั้น แต่ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ “การเล่น และการเรียนรู้ของเด็กๆ ควรได้รับการเอาใจใส่จากผู้ปกครอง เพราะการเล่น และการเรียนรู้หากประกอบกับคำแนะนำที่ถูกต้องและเหมาะสม จะช่วยเสริมสร้างทำให้เด็กๆ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ในอนาคต”